เมืองคาโทริ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดชิบะ อยู่ห่างจากสนามบินนาริตะ 15 กม. และ 70 กม.จากกรุงโตเกียว เมืองแห่งนี้มีประชากรอยู่ประมาณ 75,000 คน และมีพื้นที่ 262 ตร.กม. เมืองตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำโทะเนะ เป็นเมืองที่มีบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงวันวานอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองริมน้ำ เมืองคาโทรินั้นรุ่มรวยไปด้วยน้ำและพื้นที่สีเขียว โดยมีการทำการเกษตรเป็นอุตสาหกรรมหลัก และเป็นพื้นที่กสิกรรมที่โดดเด่นที่สุดในจังหวัดชิบะแห่งหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วเมืองคาโทริยังเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีว่าเป็นเมืองที่มีบ้านของอิโน ทะดะทะกะ (1745-1818) ซึ่งเป็นผู้สร้างแผนที่ของประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมาย และมีองค์ประกอบของวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมในเมืองที่เน้นไปยังประวัติศาสตร์ที่รุ่งเรืองในอดีต

มากกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ที่ผู้คนรวมตัวกันรอบบริเวณทะเลแห่งคาโทริ ปากน้ำโบราณที่เป็นช่องทางที่น้ำไหลลงไปสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เพื่อหาปลาปูกุ้งหอยในบริเวณชายฝั่งทะเล และหาอาหารในภูเขา พวกเขาสร้างศาลเจ้าขึ้นมาเพื่อภาวนาขอพรให้เทพเจ้าคุ้มครองไม่ให้เกิดภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงชีวิตของพวกเขา และสร้างสังคมที่มีความร่ำรวยทางด้านจิตวิญญาณและความสงบสุข ชุมชนนี้ได้พัฒนากลายมาเป็นเมืองคาโทริที่เรารู้จักกันในวันนี้ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ซาวาระ

ในปี 1590 โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ (ปี 1542 ถึง 1616) โชกุนของเมืองเอโดะ (ปัจจุบันคือโตเกียว) เริ่มต้นทำงานด้านการโยธาสาธารณะเพื่อป้องกันน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ โครงการนี้มีจุดประสงค์ในการเปลี่ยนเส้นทางต้นน้ำของแม่น้ำโทะเนะ เพื่อให้กระแสน้ำไหลไปยังทะเลแปซิฟิกในเมืองโจชิ แทนที่น้ำจะไหลลงไปที่ช่องทางระบายน้ำเดิมซึ่งคืออ่าวโตเกียว โครงการโยธาสาธารณะนี้สำเร็จในช่วงกลางของยุคเอโดะ (1603-1867) โดยได้ใช้เวลา 64 ปีตั้งแต่เริ่มต้นโครงการเป็นต้นมา

หลังจากได้เบี่ยงเส้นทางไหลออกทะเลของแม่น้ำโทะเนะ, เชื่อมโยงคาโทริเข้ากับเอโดะแล้ว ซาวาระก็ได้กลายเป็น “ห้องครัวของเอโดะ” ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ 1 ล้านคน และได้กลายเป็นฐานชั้นนำในการจัดจำหน่ายสินค้า มีพ่อค้าที่มีความทะเยอทะยานมากมายมาจากดินแดนอันไกลโพ้นอย่างคันไซที่อยู่ทางทิศตะวันตก เข้ามาเป็นเชื้อไฟในการกระตุ้นซาวาระให้พัฒนาอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก ซาวาระเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นอย่างมาก จนกระทั่งแม้แต่ในบทกวีปนอารมณ์ขันได้กล่าวเอาไว้ว่า “มาดูซาวาระถ้าเธอต้องการเห็นเอโดะ, แต่เจริญยิ่งกว่าเอโดะเสียอีก” เพิ่มเติมอีกว่า, ซาวาระได้กลายเป็นศูนย์กลางของการเดินทางทางน้ำ มีบริการล่องเรือคิโอะโระชิ จะบุเนะที่แม่น้ำโทะเนะ ในช่วงกลางของยุคเอโดะ บริการล่องเรือส่วนใหญ่เป็นบริการสำหรับผู้คนที่ต้องการไปเที่ยวชมศาลเจ้าซึ่งมีชื่อเสียงที่สุด 3 แห่งในภูมิภาคคันโต การล่องเรือเริ่มต้นที่เอโดะ จากนั้นมุ่งหน้าไปยังคิโอะโระชิ ผ่านทางหลวงนาริตะ และไปเยี่ยมชมศาลเจ้าคาโทริ ศาลเจ้าคะชิมะ และศาลเจ้าอิคิสุ ซึ่งกลายมาเป็นที่นิยมมากในสมัยนั้น โดยมีผู้คนถึง 17,000 คนต่อปีที่ใช้บริการเรือนี้ แต่บริการล่องเรือดังกล่าวต้องปิดตัวลงหลังจากที่เกิดการปะทุของภูเขาไฟอะซะมะในปี 1832 ซึ่งก่อให้เกิดการสะสมของตะกอนในแม่น้ำโทะเนะ

ถึงแม้ว่าซาวาระจะเจริญรุ่งเรืองอย่างโดดเด่นก็ตาม, การเดินทางทางน้ำก็ได้ถดถอยลงไป และผู้คนก็ใช้รถยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ในช่วงต้นของยุคโชวะ (ปี 1926 ถึง 1989) บริการล่องเรือนำเที่ยวใหม่ขนาดใหญ่ในซาวาระ อิตะโกะ และคะชิมะได้เปิดตัวขึ้นและเปลี่ยนแปลงพื้นที่ริมแม่น้ำให้กลายเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวทางน้ำในระยะทางสั้นๆ อย่างไรก็ตาม ในปี 1936 การสร้างเสร็จของสะพานซุยโกโอฮาชิ ข้ามแม่น้ำโทะเนะ เชื่อมต่อจังหวัดชิบะเข้ากับอิบารากิ เป็นการปูทางไปสู่ยุคแห่งการใช้รถยนต์อย่างเต็มตัว และนำไปสู่การสิ้นสุดของการเดินทางทางน้ำในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ซาวาระยังเจริญต่อไป และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีที่มีผู้คนมาเยือนตลอดปี และ “เทศกาลใหญ่ซาวาระ” ก็ได้เกิดขึ้นมาจากวัฒนธรรมทางน้ำในยุคเอโดะ และหยั่งรากลึกลงในกลุ่มผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณนั้น และได้กลายมาเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวหลัก ต่อมา, ซุยโกซาวาระ อายาเมะปาร์ค, ซึ่งเปิดขึ้นในปี 1969 พร้อมกันกับโครงการพัฒนาที่ดินของย่านชินชิมะ, มีชื่อเสียงในเรื่องของสวนดอกไอริส ที่จัดทุกเดือนมิถุนายน ในปี 1990 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและผู้อยู่อาศัยมีความพยายามในการดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อทำให้ชุมชนท้องถิ่นมีชีวิตชีวาขึ้นมา ในขั้นตอนแรก พวกเขาเริ่มจากการทำความสะอาดแม่น้ำโอะโนะ ซึ่งไหลผ่านย่านประวัติศาสตร์ซาวาระนี้ ต่อมาก็ได้บูรณะบ้านพ่อค้าเก่าให้ฟื้นคืนกลับมาในฐานะสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าได้สำเร็จ จากผลลัพธ์นี้ ทำให้ทัศนียภาพอันงดงามของย่านประวัติศาสตร์ซาวาระถูกกำหนดจากรัฐบาลกลางให้เป็น ”เขตอนุรักษ์ที่สำคัญสำหรับกลุ่มอาคารแบบดั้งเดิม""

ความร่ำรวยทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซาวาระจึงมีบรรยากาศวันวานของเมืองที่เคยเจริญรุ่งเรืองที่หมุนตามแกนความสำเร็จของเมืองเอโดะ มีอะไรให้ชม, ทำ, สัมผัสประสบการณ์มากมายในซาวาระ ดังนั้นเราจึงอยากชักชวนให้คุณลองมาเที่ยวชมเมืองนี้ เราตั้งตารอให้คุณมาเที่ยวเมืองของเรานะ



COPYRIGHT SUIGO-SAWARA TOURIST ASSOCIATION ALL RIGHTS RESERVED.

HOME